Start from the End…

นั่งคิดมานานหลายรอบ
ว่าจะกลับมาเขียน blog ด้วยเรื่องอะไรดี

นั่งมองหัวข้อที่จดเป็น list ไว้หลายอัน
แต่บรรยากาศของวันนี้ทั้งวันไม่เป็นใจเอาเสียเลย

เช้านี้ตื่นมาทำงานด้วยความเร่งรีบ
สถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID19 ในปี 2021
ที่เดาไม่ออกว่าจะจบให้แย่ได้น้อยที่สุดอย่างไร
ด้วยการจัดการของรัฐที่น่าให้ตกไปเสียทุกครั้งที่มีเหตุใหญ่

มีคนอันเป็นที่รักของคนหมู่มากจากไปอย่างกะทันหัน
คนรักหลายคนไม่อาจได้มีเวลาร่ำลาต่อกัน
สะท้อนความจริงที่ว่า ชีวิตนั้นไม่อยู่ยืนยาว
แต่ความคิดถึงในคุณค่าของบุคคลอันที่เป็นที่รักนั้นแผ่ออกกว้าง

อารมณ์และความเศร้าเสียใจบนสังคมออนไลน์
สะกิดและย้ำเตือน
ให้ต้องหยุดคิดอีกกันรอบ

เราไม่รู้ว่า เราจะมีคำว่าวันพรุ่งนี้
กับร่างกายที่ยังสมบูรณ์ เดินเหินหยิบจับขึ้นบันได
และกินอาหารได้อย่างไม่ต้องระวังได้ถึงเมื่อไหร่

เรายังคงหลงลืม
ว่าการที่เราได้กินอิ่มนอนหลับ
และยังได้กอดไออุ่นของคนรอบข้าง
ว่านี่คือความโชคดีที่เรายังไม่รู้จะมีโอกาสแบบนี้อีกนานแค่ไหน

ถ้าวันนั้นมาถึง เราจะคิดอะไร?

เอาจริงๆตอนนี้
ก็ยังคงคิดคำถามในสถานการณ์ข้างหน้านั้นไม่ออกเท่าไหร่

ที่คิดออกและอยากถามตัวเองทิ้งไว้ตอนนี้ ก็มี

1. จะมีอะไรที่เรายังห่วงไหม?

เอาจริงๆถึงวันนี้ ตอนนี้

ยังคงห่วงเล็กๆกับลูกชายทั้งคู่แหล่ะ
ว่าเขาจะโตไปเป็นคนดีและเอาตัวรอดในอนาคตได้ขนาดไหน
แต่แค่ห่วงเล็กๆ เพราะชีวิตพวกเขาเอง
พ่อคงส่งพลังต่อให้ได้นานสุดเท่าที่แรงมี
จากนี้จงไปต่อด้วยตัวเอง

ถ้าอยากจะฝากอะไรทิ้งไว้ให้ลูกซัก 2–3 ข้อ ก็น่าจะ

  • มีความสุขกับชีวิตที่คาดเดาอนาคตไม่ได้นะลูก
  • ขอให้สนุกกับการแก้ปัญหา
  • ทำอะไรพลาดไป ไม่ต้องเสียใจเนอะ แก้ไขแล้วไปต่อ ไปใช้ชีวิตให้ดีขึ้นๆ

2. อยากทำอะไรก่อนไป กับใครไหม

  • ส่วนตัวเป็น introvert ที่ไม่ค่อยชอบการไปสังสรรค์อะไร
  • ที่ชอบ คือ เดินทางไปเที่ยวด้วยกัน หยิบกล้องเดินหามุมถ่ายรูปสวยๆด้วยกัน
  • ถ้าถึงช่วงสุดท้ายของชีวิตแล้ว เรื่องแบบนั้นคงทำไม่ได้แล้วซินะ
  • คงอยากหยิบรูปเก่าๆมาเปิดดู แล้วชวนคุยเรื่องเดิมๆกับเพื่อนๆที่ได้มีโอกาสใช้ชีวิตด้วยกันมากกว่า
  • บางคน เราก็ไม่ได้คิดนะว่า พอเวลาผ่านไปแล้วเราจะไม่ได้เจอกันอีกเลย
  • และถ้าย้อนเวลากลับไปช่วงที่เจอกัน หลายๆคนเราก็อยากพูดคุยทำความรู้จักกันให้มากขึ้นนะ
  • และถ้าต้องลาจากกันจริงๆ ก็อยากบอกทุกคนที่คิดถึงว่า ยินดีจริงๆที่ได้รู้จักทุกคนเลย
  • เรามีความสุขมากกับช่วงชีวิตที่ได้ใช้ด้วยกัน เจอกันอีกทีชาติหน้าเนอะ (แต่ไม่รู้เมื่อไหร่)

3. อยากทำอะไรให้ใครไหม

  • ตอนเด็กกว่านี้ เคยคิดว่าอยากเขียนบันทึกไว้เล่าความคิดให้คนอื่น
  • พอโตมา คิดอีกทีใครจะอยากมาอ่านกัน
  • และกระบวนการเขียนเล่าเรื่องที่มีก็คิดว่ายังไม่ดีพอจะสื่อสารผ่านงานเขียน
  • จะวาดรูปก็ทักษะหยุดนิ่งคงที่มาหลายสิบปี
  • คิดว่า ถ้าอยากจะทำอะไรให้ใครถ้ายังมีแรงทำได้ ก็น่าจะหยิบกล้องมาถ่าย candid เก็บรูปน่ารักน่าชังไว้ดูกันตอนแก่ดีกว่า

4. ถ้าจากไปแล้ว อยากส่งต่ออะไรให้ใครไหม

  • เคยคิดอยากจะอัดรูปเพื่อนที่รักทุกคนส่งให้ในงานศพตัวเอง (ซึ่งคงทำไม่ได้แน่ๆ)
  • แอบคิดอยากเปิด public รูปถ่ายใน harddisk ให้ทุกคนเอาไปใช้ได้ แต่หลายรูปมันก็น่าจะส่งผลเพื่อนสาปแช่งมากกว่าชม
  • คิดจะตั้ง script ส่งรูปให้เพื่อนอัตโนมัติเมื่อเราหยุดหายใจ (ด้วยเทคโนโลยีตอนนี้ คิดว่าน่าจะทำได้เองในซักสองปีล่ะ)
  • แต่คิดว่าความยากที่สุดคือการเลือกรูปที่เราอยากส่งให้อาจจะใช้เวลาเป็นสิบปี
  • และคิดไปคิดไป ทำไมตูต้องรอตอนตูตายแล้วล่ะ ส่งมันตอนนี้เลยแหล่ะ ตอนที่ยังมีลมหายใจกันอยู่ดีกว่า!

คืนนี้ คิดออกแค่นี้จริงๆ

ขอบคุณที่ยังมีโอกาสหายใจ และได้กอดลูกๆอยู่ทุกวัน

A simple man in the quite imperfect world.